วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

5.ยาต้านโรคจิต (Antipsychotic  drugs)

โรคจิต (psychosis) คือ โรคที่ผู้ป่วยไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง โรคจิตที่พบบ่อยคือ โรคจิตเภท
            โรคจิตเภท(schizopherenia) มีอาการทางคลินิก คือ มองโลกผิดไปจากความเป็นจริง ประสาทหลอน(hallucination ที่พบบ่อย คือ หูแว่ว) หลงผิด(delution) ความคิดผิดปกติ ไม่สามารถคิดได้อย่างมีเหตุผลทำให้สื่อสารกับผู้อื่นไม่ได้ แยกตัวออกจากสังคม การแสดงอารมณ์ไม่เหมาะสม และมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
            ทฤษฏีของ schizophrenia
1.     กรรมพันธุ์
2.     ความผิดปกติของ neurotransmitters โดยเฉพาะ Dopamine hypothesis                                                                      
            Dopamine hypothesis กล่าวว่า schizophrenia เกิดจากการที่มี dopaminergic  neurotransmission มากเกินไปในสมอง
3.     ความผิดปกติทางกายวิภาคและการทำงานของสมอง

อาการโรคจิต

อาการบวก(Positive  symptom)
อาการลบ(Negative  symptom)
           - กระวนกระวาย อยู่นิ่งไม่ได้(agitation)
           - หลงผิด มีความเชื่อผิด(delution)
           - ประสาทหลอน(hallucination)
           - พูดจาผิดปกติ  ไม่เป็นเรื่องเป็นราว
           - ความคิดผิดปกติ เป็นเรื่องราว
           - นอนไม่หลับ( insomnia)

           - นิ่งเฉย(apathy)
           - อารมณ์นิ่ง ไม่มีการแสดงอารมณ์
           - ไม่มีความเพลิดเพลิน
           - ไม่มีแรงกระตุ้นหรือแรงบันดาลใจ
           - พูดน้อย(alogia)
           - แยกตัวออกจากสังคม(social isolation)
Antipsychotic Drugs  แบ่งตามโครงสร้าง
-         Phenthiazides : Chlopromazine, Thioridazine,Fluphenazine
-         Thionxanthine : Thiothixene
-         Butyrophenones : Haloperidol
-         Pimozide, Clozapine, Risperidone

   ยาต้านโรคจิตออกฤทธิ์ปิดกั้น receptor หลายชนิด
-         Dopaminergic rc.
-         Serotoninergic  rc.
-         Muscarrinic  rc.
-         Adrenergic  rc.
-         Histaminergic  rc.
            แต่ฤทธิ์ในการต้านโรคจิตเกิดจากการปิดกั้น Dopamine D2 rc.   และ   5-HT 2 receptor
-         ยาต้านโรคจิต ผ่านเข้าสมองได้ดี กระจายตัวในร่างกายดีและถูกกำจัดโดยการผ่านเมทาบอลิซึมโดยเอนไซม์ P450 ที่ตับ
-         ยาต้านโรคจิตใช้เป็นเวลานานกว่าจะเห็นผลการต้านโรคจิต แต่ผลข้างเคียงของยาเกิดเร็ว
-         ยารักษาโรคจิตไม่สามารถรักษาโรคจิตให้หายขาดได้แต่จะช่วยลดอาการ
-         อาการข้างเคียงทาง EPS เกิดจากการที่ยาไป block D2 rc.  ที่ dopaminergic  pathway อื่นๆ

การจำแนกยาต้านโรคจิต ตามโครงสร้างทางเคมี
ยาต้านโรคจิตกลุ่ม Typical แบ่งตามความแรง(potency)หรือความสามารถในการจับ(affinity) กับ D2 receptor ดังนี้
-         ยาที่มีความแรงสูง(high potency) เช่น fluphenazine
-         ยาที่มีความแรงต่ำ(Low potency) เช่น chropromazine

-         ยาต้านโรคจิตกลุ่ม typical 

มีความแรง(protency)ต่างกันในการปิดกั้น D2 rc. แต่มีความสามารถสูง(efficacy) เท่ากัน
กลไกการออกฤทธิ์ ฤทธิ์ต้านโรคจิตเกิดจากการปิดกั้น Dopamine D2 rc. ใน mesolimbic  system และ mesocortical system
ประโยชน์ในการรักษา
-         ใช้รักษาโรคจิตเภท ยาใช้ได้ผลดีในระยะเฉียบพลันซึ่งมีอาการบวมเด่น เช่น มีความเชื่อผิดๆหรือหลงผิด(delution)หูแว่ว(auditory hallucination)
-         รักษาภาวะโรคจิต(psychotic state)วุ่นวาย(agitation)หรือคลั่ง(mania) เช่น ในผู้ป่วย bipolar  disorder
-         ใช้ haloperidol  รักษาโรคจิตเวชอื่นๆ เช่น Huntington’s  diseas และ ภาวะพิษจาการได้รับ phencyclidine  เกินขนาด
-         ใช้เป็นยาคลื่นไส้อาเจียน ฤทธิ์แก้คลื่นไส้อาเจียนมีในยากลุ่ม phenothiazide(ยกเว้น thioridazine)
-         ใช้ในการสลบก่อนผ่าตัด
-         ใช้รักษาอาการคัน
-         ใช้รักษาอาการสะอึก( intractable  hiccups) ที่การรักษาอย่างอื่นไม่ได้ผล ใช้ chlorpromazine
ผลข้างเคียง
-         ที่เกิดจากการปิดกั้น H1-rc. ทำให้ง่วง
-         ที่เกิดจากการปิดกั้น α1-rc. ทำให้ความดันเลือดต่ำ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศชาย การหลั่งอสุจิผิดปกติ
-         ที่เกิดจากการปิดกั้น M3  rc. ทำให้ตาแห้ง  ปากแห้ง ปัสสาวะคั่ง  ท้องผูก ตาพร่า
-         Neuroleptic malignant  syndrome มีอาการกล้ามเนื้อแข็ง(muscle  rigidity)ไข้สูงมากความดันเลือดสูง  หัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะจิตใจเปลี่ยนแปลง

      จาการปิดกั้น  Dopamine D1 และ D2 rc ทำให้เกิดอาการข้างเคียงทางระบบประสาทที่เรียกว่า Extrapyramidal symptom (EPS) ได้แก่
-         Acute dystonia คอแข็ง  ลิ้นแข็ง กล้ามเนื้อแข็ง ภาวะนี้รักษาโดยการใช้ยา anticholinergi เช่น diphenhydramine หรือ  trihexyphyphenidyl (Artane)
-         Akinesia เดินก้าวสั้น  แกว่งแขวนน้อย เริ่มเคลื่อนไหวลำบาก  เช่น  เริ่มลุกจากเก้าอี้
-         Parkinsonian  syndrome มีอาการคล้ายโรค Parkinson เช่น สั่น กล้ามเนื้อแข็งแรงเกร็งและเคลื่อนไหวช้า  หน้าไม่ยิ้มหรือแสดงความรู้สึกเหมือนใส่หน้ากาก ( mask-like face )
-         Akathisia  อยู่นิ่งไม่ได้  ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา เดินไปมา  ผุดลุกผุดนั่งตลอดเวลา
-         Tardive dyskinesia  เกิดภายหลังได้รับยาในระยะยาว (4 เดือนถึง1ปี) พบได้ 20-40%ของผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม typical ถ้าตรวจพบควรรีบหยุดยาทันที อาการอาจหายไปเมื่อหยุดยาหรืออาจเป็นถาวรก็ได้

ยาต้านโรคจิตกลุ่ม atypical

กลไกและผล  ฤทธิ์การต้านโรคจิตเกิดจากการปิดกั้น rc. อื่นในสมองที่ไม่ใช่ D2 rc. เช่น 5-HT2A,D4 และ a receptor ดังนั้นยากลุ่มนี้จะมีอาการทาง EPS น้อยกว่ากลุ่ม typical
จำแนกยาตามความสามารถในการจับ affinity กับ D2 rc. fy’ouh
·         ยาที่มีความแรงต่ำ เช่นquetiapine
·         ยาที่มีความแรงปานกลาง เช่น clozapine
·         ยาที่มีความแรงสูง เช่น olanzapine , risperidol , pimozide
ประโยชน์ในการรักษา เชื่อว่าดีกว่ายากลุ่ม typical เพราะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า และรักษาอาการลบดีกว่า ใช้รักษาโรคต่อไปนี้
-         โรคจิตเภท
-         โรคอารมแปรปรวน
-         ภาวะโรคจิต
ผลข้างเคียง
-         ระดับในกลูโคสในเลือด
-         ยา clozapine อาจทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำ
-         อาจทำให้ชัก
-         ความดันเลือดต่ำ
-         น้ำหนักตัวเพิ่ม
-         ง่วง
-         ท้องผูก


ยาคล้ายเศร้า(antidepressants ) และ mood  stabilizer

            โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางอารมณ์ มีอาการณ์ซึมเศร้าอย่างมาก ไม่สนใจต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน  นอนไม่หลับ  เบื่ออาหารหรือกินอาหารมาก รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
             Antidepressent  drugs  แบ่งได้ดังนี้
-         กลุ่มยาที่เพิ่มระดับ cathecholamine(increase  cathecholamine  level) ได้แก่
            Tricyclic  antidepressant : Tertiary amine : Imipramine, Amitriptyline
            Secondary amine : Desipramine, Nortriptyline
            MAOIS : Phenelzine, Tranylcypromine
-         กลุ่ม Serotonin reuptake inhibitor :ได้แก่
            Fluoxetine, Sertraline, Paraoxetine, Bupropion, Venlafaxine
            Tricyclic  antidepressant
-         การให้ผลในการรักษาต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผล
ผลข้างเคียง
-         ปากแห้ง  ตามัว มองไม่ชัด  มีการคั่งของปัสสาวะ  ท้องผูก  ซึ่งจะเห็นผลข้างเคียงได้ในเวลา 2 สัปดาห์หลังกินยา
-         หัวใจเต้นช้า  ความดันโลหิตเปลี่ยนขณะเปลี่ยนท่า
-         ซึม  สับสน  กระสับกระส่าย
-         มีผื่นขึ้น  น้ำหนักลด
-         ความต้องการทางเพศลดลง
พิษจากยา
-         กดการหายใจ
-         ซึม  สับสน  กระสับกระส่าย
-         Hyperpyrexia
-         หัวใจเต้นผิดจังหวะ  ความดันโลหิตต่ำ
ข้อควรระวัง  หลีกเลี่ยงการใช้ใน
-         ผู้ป่วยโรคต้อหิน
-         ผู้ป่วยโรคหัวใจ
-         หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร

         ยากลุ่ม MAO inhibitors (MAIOs)
-         ยาออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ monoamine  oxidase (MAO) จึงส่งผลให้เพิ่มระดับ amine ใน Synapses
-         ยาให้ผลในการรักษาในช่วง 2-3 WRS. ขึ้นไป
-         ใช้รักษาอาการซึมเศร้า กลัว และวิตกกังวล

        Mood  stabilizer

            Mood  stabilizer  คือ ยาที่สามารถลดได้ทั้งอาการคลั่งและอาการซึมเศร้า ทำให้อารมณ์ไม่แกว่งในป่วยโรค bipolar  disorder ยานี้ได้แก่  Lithium carbonate
กลไกและผล
-         ยับยั้งการสังเคราะห์ inositol จาก IP1 ส่งผลให้ IP3 และ DAG น้อยลง
-         ยับยั้ง adenolate cyclase ทำให้ลดการสังเคราะห์ Camp
-         ยับยั้งการทำงานร่วมกันระหว่าง receptor และ G protein
ประโยชน์ในการรักษา
-         ใช้เป็นยากิน  รักษาหรือป้องกันอาการบ้าคลั่ง(mania)ในผู้ป่วย bipolar
-         ใช้รักษาอาการโรคจิตที่มีการคลั่งร่วมด้วย
-         ใช้รักษาภาวะอาการซึมเศร้า(ใช้เป็นยาร่วม)
-         Lithium  carbonate มี therapeutic  index แคบ ดังนั้นจึงต้องมีการวัดระดับในเลือดอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียง
เภสัชจลนศาสตร์  ยาดูดซึมได้ดีในทางเดินอาหาร  ถูกขับออกทางปัสสาวะ  มีการดูดกลับที่ไต  โดยแย่งจับกับ NA+channel  ดังนั้นถ้ามี NA มากในปัสสาวะ ทำให้ดูดกลับ Lithium น้อยลง  ยาไม่จับกับโปรตีนในพลาสมา  ขนาดยาที่ให้ผลในการรักษา คือ 0.9 -1.4 mEq/L
ผลข้างเคียง
-         คลื่นไส้  อาเจียน  เป็นอาการแรกของภาวะพิษ
-         หัวใจเต้นช้าและเต้นผิดจังหวะ
-         Goiter, Hypothyroidism
-         Nystagmus, Lethargy
-         สับสนและชักได้


อ้างอิง :
อาจารย์ นุชนาท ประมาคะเต   ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง  
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา เภสัชสำหรับการพยาบาล  
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น